สัญญะ

posted on 11 Aug 2013 19:24 by cmunews

                วันนี้ได้มีโอกาสไปชมละครของ ‘พระจันทร์เสี้ยว’ โปรเจค ¼ เส้นทางระหว่างเขาและเธอ เป็นละครสั้นสี่เรื่องที่มีลักษณะคล้ายๆกันคือนำเสนอเรื่องของคนสองคน ทุกโปรจะมีตัวละครแค่สองตัวเป็นชายกับหญิง ซึ่งเรื่องแรกนำเสนอเรื่องของความรักในมุมมองของชายและหญิงที่แตกต่างกัน จนท้ายที่สุดความรักของทั้งคู่ก็ไปกันไม่รอด แต่รูปแบบการนำเสนอนั้น คล้ายจะเป็นละครแอบสแตร็ค ซึ่งดูยากมาก ตีความยาก หากคนไม่เคยดูละครมาก่อนอย่างฉัน รับรองว่าไม่รู้เรื่อง จะเกิดคำถามขึ้นตลอดตั้งแต่ม่านเปิดยันม่านปิด
                มาเรื่องที่สองก็เป็นเรื่องของชีวิตคู่ เรื่องนี้หากเทียบกับเรื่องแรกแล้วจะดูเข้าใจง่ายกว่า แต่เอาเข้าจริงก็ยังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างอยู่ดี ปัญหาคือไอ้ที่เราเข้าใจมันจะตรงกับที่เขาต้องการจะสื่อหรือเปล่านั่นแหละ
                ขอข้ามมาพูดถึงเรื่องที่สี่ก่อน ในบรรดาทั้งสี่เรื่อง เรื่องนี้เชื่อว่าทุกคนดูแล้วเข้าใจตรงกัน ค่อนข้างเป็นละครที่ตรง คือบอกตรงๆ ไม่ได้ใช้สัญลักษณ์อะไรเท่าไรนัก ถึงจะมีสอดแทรกอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าเป็นละครที่อินดี้น้อยที่สุดของโปรเจคนี้
                ส่วนเรื่องที่สามที่เว้นไว้มาพูดเป็นเรื่องสุดท้าย เพราะจะเป็นประเด็นในวันนี้ เรื่องที่สาม บอกตามตรงว่าได้แค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นเอกภาพ มันคือความรู้สึกของคนที่แม้จะดูละครไม่เป็นก็สัมผัสได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรก็เถอะ รู้แค่ว่ามันดูหนักแน่นและมีพลังในการนำเสนอมากกว่าเรื่องอื่นๆ คือหลังจากที่ชมละครจบก็ได้มีการสัมภาษณ์ผู้จัด ผู้เขียนบท และผู้กำกับกัน ฉันได้ฟังเขาถกประเด็น วิจารณ์กัน แต่ยังจับประเด็นไม่ได้ว่าพูดถึงอะไร เหมือนฟังเรื่องที่คนรู้เรื่องคุยกัน แล้วเราเป็นคนที่สามที่ไม่มีข้อมูลอะไรในหัวร่วมกับพวกเขาเลย โชคดีที่หลังจากจบงานแล้ว ได้ ‘พี่สัน’ ช่วยอธิบายจนเข้าใจทุกเรื่อง ทุกอย่าง ทุกฉาก ทุการกระทำและทุกคำพูดของนักแสดง ซึ่งครั้งแรกที่รู้นี่ขนลุกเลย ทึ่งมาก
                เรื่องที่สามเขานำเสนอเรื่องของการเมืองและประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งในเรื่อง ทั้งบทพูดและการกระทำของตัวละครดูได้เหตุไร้ผล เหมือนไร้แก่นสารในการสนทนากันมาก คืองงที่สุด เพราะเรื่องนี้ใช้สัญลักษณ์เยอะมากและรุนแรงมาก ใช้ตุ๊กตาแทนการสื่อว่า ‘นั่นคือศพ’ ใช้เก้าอี้ที่มีสีเป็นนัยต่างๆ ต้องเล่านิดหนึ่ง ว่าเรื่องนี้มีชายและหญิงสองคนอยู่บนแพ ลอยอยู่กลางทะเลซึ่งมองไม่เห็นฝั่ง ผู้หญิงนั้นต้องการที่จะไปให้ถึงฝั่ง(จะขอเล่าในแบบที่ละครนำเสนอ ไม่ขออธิบายว่าหมายถึงอะไร) ส่วนผู้ชายนั้นก็ตอบกลับไป ‘แล้วใครบอกว่าเราจะต้องไปถึงฝั่ง’ มีคำพูดช่วงหนึ่งที่พูดว่า เราได้แต่ชี้ไปที่ดวงจันทร์ แต่ไม่มีทางไปถึงที่นั่นได้ แล้วก็มีตุ๊กตานอนเกลื่อนอยู่เต็มพื้น มีเก้าอี้สีต่างๆ มีฉากที่จู่ๆผู้หญิงก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบนเก้าอี้ แล้วในมือของเธอก็ถือหนังสือเล่มเล็กสีขาว ก้มหน้าอ่านมันอยู่ตลอดเวลา เธอบอกว่าแค่อยากให้ได้ยินเสียงนี้บ้าง (งงไหมล่ะ ตอนที่ดูก็งงแบบนี้แหละ) ที่หากใครดูเป็น ก็จะรู้ว่าเรื่องนี้เครียดมาก
                ฉันเองไม่สามารถเขียนเล่ารายละเอียดและอธิบายเรื่องลงในบล็อกนี้ได้ อยากให้ผู้อ่านที่สนใจ ไปหาชมมากกว่า คือเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่หัวสมองทำงานหนักมาก คิดอะไรมากมาย จนรู้สึกว่า ที่เราทำมาตลอดนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง เราควรจะมีบทบาททางการเมืองมากกว่านี้ จากที่คิดว่าชีวิตคือการตามหาความฝัน การพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างถึงที่สุด การมีความสุขในแต่ละวัน ... มันไม่ใช่ ก็เพราะมนุษย์เองที่ทำให้ชีวิตมันยาก คนเราถึงอยู่กันยาก เพราะพวกเรามันซับซ้อน การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย คิดแบบโลกสวยมันจึงกลายเป็นเรื่องไร้น้ำหนัก มันถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะตระหนักรู้ ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติของเราทุกคน เป็นเรื่องที่แค่นึกถึงก็ทำให้ถึงกับต้องถอนหายใจออกมายาวๆอย่างอึดอัดและไม่สบายใจ ...เฮ่อออ!

edit @ 11 Aug 2013 19:42:12 by CMUnews

Comment

Comment:

Tweet

@nirankas  ค่ะ อยากให้ได้ดูกัน มีประโยชน์มากเลย เป็นละครศิลป์ที่ดีจริงๆ

#2 By CMUnews on 2013-08-13 00:43

เก้าอี้มันมีความหมายในทางการเมืองสูงมาก
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-08-11 20:32